[Report]Trip to China

posted on 22 Apr 2009 23:26 by hellwhale in ReportEvent
>< 

ได้เวลารีพอร์ต 55555+

อ่อ สำหรับเอนทรี่ที่แล้ว ขอบคุณทุกคอมเม้นต์นะค๊าาาาาาา

ดีใจที่หลายคนเป็นห่วง (ดูเหมือนพี่น้องเราจะพูดว่า ทำไมแค่จับแขน 555+)

เอาจริงๆคือตอนที่ไปจับแขนแล้วจ้องหน้านั้น..ไร้สติจริงๆ T-T

ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะค๊า

เอนทรี่นี้จะเอาเรื่องดีๆมาฝาก หุหุ

 

สำหรับหลายๆคน(เราก็เป็นหนึ่งในนั้น) จีนเป็นเมืองที่ไม่น่าเที่ยว

ที่รู้ๆก็ห้องน้ำแค่เจห้องน้ำมีประตูก็ดีใจละ 555+ แล้วก็ถ้าสมัยก่อน เรื่องบุหรี่จะเยอะมากกกกกกก

ไปคราวนี้...ร็สึกห้องน้ำค่อนข้างแย่(เพราะเราเล่นไปแถบชนบทอ่านะ)

กร๊าก ถ้าเล่าเรื่องห้องน้ำเมืองจีนจะมีใครอยากอ่านไหม =w=’’

จะรอเล่าคร่าวๆ ห้องน้ำที่ไปเจอคราวนี้ ยอมรับว่าแย่กว่าหลายๆครั้งที่ผ่านมา

แบบสุดๆก็เป็นเหมือนท่อระบายน้ำ

พื้นกระเบื้อง แล้วมีท่อหรือรางลึกลาดลงไป แค่นั้นล่ะ ==’’

แล้วคือเค้าจะทำความสะอาดก็ราดน้ำจากปลายสุด

แต่เค้าไม่ได้ทำความสะอาดตลอดไง หลับตาเข้าห้องน้ำกันเถอะ TwT

ต่อมาเป็นเหมือนกระท่อม พื้นเป็นแผ่นไม้เจาะช่องไว้ มองลงไปได้ค่ะ

ต้นไม้ทั้งนั้น สูงหลายเมตรอยู่ 555+ แต่เป็นห้องน้ำบนภูเขาหิมะ กลิ่นไม่มี

 จัดว่าค่อนข้างโอเค เมื่อเทียบจะห้องอื่น 555+

พออยู่ในเขตค่อนข้างตัวเมืองหน่อย (แต่ตัวเมืองในชนบท ก็เป็นแบบนั่งยองๆ

ถ้าน้ำไหลได้ก็โอเค ปัญหาของห้องน้ำแบบนี้คือ...ประตูและกลอนประตู

ถ้ามีครบเจอแบบนี้ถือว่าโชคดีมากกกกกก 555+ บางห้องไม่มีประตู

แต่คนจีนเค้าเข้าเหมือนมีประตู เหอๆ

ต่อมาคือ ห้องน้ำในร้านค้าของทางรัฐบาล ที่เราเข้าคือร้านหยก

โอ้ววว เลิศสุด แทบไม่อยากไปห้องน้ำที่อื่น(ในเมืองจีน)

เพราะห้องน้ำใหญ่มากกกก สะอาดด้วย 555+ ดีใจ

ส่วนห้องน้ำในโรงแรมก็ชักโครกปกติ

แต่โรงแรมที่อยู่ในหุบเขาจะแปลกหน่อย เพราะชักโครกจะแห้ง

น้ำจะไหลก็ต่อเมื่อเรากด แปลกดี แต่ห้องเราไม่มีกลิ่น (แต่ห้องแม่มีกลิ่นบุหรี่ =[]=!!)

เรื่องห้องน้ำ พอแค่นี้ล่ะ 555+

  

มาเล่าเรื่องการเดินทางดีกว่า

คืน 10/04/09

ถึงสนามบินเที่ยงคืนวันที่สิบ เครื่องออกตีสาม

เข้าแถวรอตรวจตรงด่านแรกตั้งแต่เที่ยงคืนกว่าๆจนเกือบตีสองอ่ะ

พระเจ้าจอร์จ คนเยอะมากกกกกกกก แล้วจนท เค้าบอกว่า คนไทยเข้าได้ทุกแถว

ถึงมันจะเขียนป้ายว่า foreign passport ก็เหอะ เราก็เข้าไป

ข้างหน้ากับข้างๆเราเป็นแขกมั้ง ใส่เชิ้ตดำ เห็นเลยลายขาวๆ

หน้าเพื่อนสมัยไปค่ายไม่ได้ซักชุดเนตรนารีวันที่สามโผล่มา

โหดร้ายจริงวุ้ย แล้วอย่ดีพออีกประมาณห้าคิว ก็มีผู้หญิงคนนึงเป็นแขกเหมือนกัน

เข้ามาแซงเฉ้ย! อารมณ์แบบ..เฮ่ย...เราเข้าคิวมาจะสองชั่วโมงนะ..แซงง่ายไปไหม??

แล้วเค้าก็คุยกะเพื่อนข้าง ผู้หญิงคนนั้นก็เหมือนจะลากให้เพื่อนมาเข้าคิวหลังเค้า คือหน้าเรา

แบบ..เหอะ... กร๊าซซซซซซซซซ จะพ่นไฟ แง่งๆๆ

ก็เลย..เต็มที่ค่ะ กั้น เอาตัวบัง ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ (รู้สึกทำหน้ากวนอะไรรึเปล่าไม่รู้)

แต่สุดท้ายเค้าก็ไม่ได้แซง

พอถึงคิวเรา ยื่นพาสปอร์ตปุ๊ป จนทกุมขมับ บอกให้เราตามจนทอีกคน เพราะเครื่องไม่รัน

สรุปคือ..เข้าแถวสองชั่วโมงเพื่อ??!!

จนทเค้าก็พาเรา(และคนไทยอีกมากมายที่ต่อแถวเราอยู่)ไปข้างๆ

ซึ่งเป็นที่ของfast track และ first class เพราะมันโล่ง

รู้สึกได้ถึงความแบ่งแยกชนชั้น ==’’ เพราะที่นี่ โล่งมากกกกกก

เช็คเสร็จก็เดินเล่น ไม่ใครยอมเดินกะเรา ครอบครัวนั่งหลับกันที่มุมๆนึง

ลากเด็จน้องไปร้านหนังสือ เจอทไวไลท์สี่เล่ม >< ราคาพอๆกะของไทยแหละ

แล้วก็เจอเหมือนกับพวกเบิ้องหลัง รูปสเกตส์ตัวละคร ภาพร่างสถานที่ในเรื่อง

ร่อนๆไป เจอการ์ฟิลก็มี สมุดแต่งตัวตุ๊กตาดิสนี่ย์ปริ้นเซส 555+ น่าร๊าก><

เดินเล่นดมน้ำหอม หา DKNY กลิ่นแอปเปิ้ลเขียวไม่เจอ =3=

ขึ้นเครื่องไป จากไทยไปคุณหมิงสองชั่วโมง อาหารแปลกมาก

ก็ขนมปังปกติกับคล้ายๆขนมถ้วยฟูหนึ่ง ที่แปลกคือ ก้อนอะไรซักอย่างดำๆซองสีดำเหลือง

เอามือบีบๆจิ้มๆดู สรุปว่ามันคือไข่ต้มน้ำชาหรือซีอิ้วนี่แหละ

แต่ที่เราลองบีบดู..เละไปแล้วล่ะ =w=’’’

 

11/04/09

ลงที่คุนหมิง แวะกินข้าว เซอไพรส์มากค่ะ กินอยุ่ดีๆไฟดับ โต๊ะข้างๆเอาโนเกียมาส่องข้าว 5555+

บินต่อไปที่ลี่เจียง ชมสวนสาธารณะ ทะเลสาบมังกรดำ รูปวิวที่ลงไปในบล็ออก่อนนั่นแหละ

ถ่ายรูปอย่างเมามันส์ 55+ เดินๆอยุ่เห็นคนเอากล้องมาถ่ายอย่างกะไพรเวท

แต่สวนสาธารณะนี้สวยจริงนะ เห็นแล้วแบบ..โอ้ววว มาจัดงานคอสที่นี่เถอะ 55+

 

พักโรงแถมใกล้ๆเมืองเก่า เป็นเหมือนตลาดขายของกระจุกกระจิกทั่วไป

เมืองเก่าประมาณ 800 ปี ยูเนสโก้ประกาศเป็นมรดกโลกไปแล้วนะ

คูน้ำใสมาก เห็นปลาว่ายเต็มเลย มีสาหร่ายอะไรแบบนั้นด้วย 

12/04/09 ขึ้นภูเขา

ขึ้นภูเขาหิมะมังกรหยก หิมะตกตลอดปีบนยอดเขา

แวะที่วัดของธิเบต เป็นลามะ วัดของที่นี่พระจะไม่ท่องบทสวดเหมือนอย่างบ้านเรา

เค้าจะเขียนบทสวดใส่กงล้อสีทอง หมุนหนึ่งรอบถือว่าสวดไปหนึ่งจบ

สะดวกดีเนอะ พระไทยเทศน์ที...ร้อน 5555+ แต่ก็ภูมิใจในพระไทยนะ ดูขยันความจำดี ^^

ดูต้นชาคามีเลีย อายุประมาณ 500ปี ดอกสีชมพูสวยเหมือนกุหลาบเลย

ไกด์บอกว่าถ้าปกติชาที่เรากินจะมีดอกสีเหลืองไม่ก็ขาว ชาร้อยปีต้นนี้ห้ามกิน 55+

ไปวัดธิเบตอีกแห่ง อยุ่บนเขา ต้องเดินเข้าไปไกลพอดูกว่าจะถึงวัด

ระหว่างทางก็เป็นวิวป่าเขา ทะเลสาบ มีปลา ไกด์บอกเรียกว่าปลาเนื้อ

เพราะเวลาขาดอาหารมันจะกินพวกเดียวกันเอง

เห็นป้ายเขียนว่า ปลาซัลมอน นะมีบรรยายว่าเนื้อนุ่ม(tender)ด้วยล่ะ 555+

ที่สนามหญ้ามีป้ายปัก แปลไทยได้ประมาณว่า อย่าเหยียบ ฉันเจ็บนะ (ความหมายถือห้ามลัดสนาม55+)

แล้วก็ป้าย no smoking when you enter this wonderland

โห..เห็นป้ายแล้วอึ้ง..เค้าดูมั่นใจดีเนอะ เรียกดินแดนมหัศจรรย์เลย

เข้าไปจะมีรูปปั้นเทพเจ้าธรรมชาติองค์สีทอง อยุ่กลางน้ำ รูปร่างคล้ายงู

พระลามะสามารถรับของมือต่อมือได้ สามารถนอนที่บ้านได้(กรณีที่ไม่มีคนเฝ้าบ้าน)

สามารถไปเล่นสนุกเกอร์ ลาออกจากการเป็นพระได้

ค่านิยมที่นี่ถือว่าบ้านที่มีลูกบวชเป็นพระจะชนชั้นสูงกว่าบ้านอื่น

แล้วการเป็นพระ ไม่ได้เป็นแบบบ้านเราที่แค่บวชเรียนปกติ

แต่พระที่นี่ต้องเสียเงิน ครอบครัวต้องส่งเงินให้ เหมือนเรียนหนังสือเลย

 

ตอนเที่ยงกว่าๆขึ้นกระเช้า แล้วเดินตามทางไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมง ถ่ายรูปกับภูเขาหิมะ

ระหว่างทาง เจอม้าและจามรี(จา มะ รี) 55+ อ่อ จามรีเป็นเนื้อที่นิยมของที่นี่

จะคล้ายเนื้อวัว แต่กลิ่นแรงกว่าค่อนข้างมาก วัดส่วนใหญ่จะเอาน้ำมันจามรีมาทำเป็นเทียน

ไปถึง แม่บ่นเลย มาถ่ายรูปแค่เนี้ยยยยย

555+ ไม่อยากบอกแม่ แหม มาทริปนี้เพื่อชมวิว ไม่ใช่หรอ ==’’

จากนั้นชมการแสดงของชาวพื้นเมือง งานนี้ไม่มีคำว่าไมโครโฟนค่ะ

นักแสดงทุกคน ร้องสด แล้วเสียงก้องมากกกกก

เพราะดี แต่เราไปหลังจากเค้าแสดงประมาณเกือบชั่วโมง เลยไม่ได้ดูอะไรเท่าไหร่

แถมตอนนั้นเวียนหัว เพราะก็จริง แต่ทรมาณมาก อยากหลับ T-T

อ่อ ตอนชมการแสดงเค้าแจกหมวกแก็ปสีแดงเป็นที่ระลึกละ นึกถึงอะไรชอบกล 55+

 

13/04/09

วันนี้นั่งรถเกือบทั้งวัน เพราะขึ้นเขาไปอยุ่แถบชายแดนจีนธิเบต

ขับรถไปอีก 85 Kmจะถึงชายแดงธิเบต 55+

เวลาไปเมืองจีน น่ากลัวมากเวลาขับรถข้ามภูเขาเนี่ย

ที่นี่เค้าตัดถนนเลียบภูเขา บางช่วงดีหน่อยมีที่กั้นสูง มีลวดขึง

แต่บางช่วง..พระเจ้าช่วย พ่อบ้านเป็นพยาน! เป็นแค่ทางลาด

มองลงไปจากรถยังเสียวเลย T[]T ถนนบางจุดก็ดินหรือหินนี่แหละ

แต่วิวสวยนะ 555+

นอกจากนั่งรถ ก็จะแวะไปตามจุดชมวิวต่างๆบนภูเขา

สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 4294 เมตร

(จำความสูงได้แม่น เพราะเรายังบ่นอยุ่ว่า อีกหกเมตรเดี๋ยวหาบันไดไม่ต่อให้ 555+)

อีกที่ก็สูงประมาณสี่พันกว่าๆ ขับรถไป หิมะตก ==’’

เวรกรรม พรุ่งนี้หนาวแน่เลย แง

ไปถึงโรงแรม ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆระหว่างหุบเขา

เป็นที่พื้นต่ำ(แต่ก็ยังสูงจากน้ำทะเลไม่ต่ำกว่าสามพันแปดร้อยเมตร)ระหว่างหุบเขาหลายๆลูก

คิดว่ามันตรายนะถ้าเกิดฝนตกขึ้นมา ไม่รู้จะหนีไปไหน

โรงแรมที่นี่...เลิศ >< ปลื้มเคอะ

คือก็อย่างที่บอกว่ามันเป็นโรงแรมที่ไกลจากตัวเมือง จะเรียกบ้านนอกก็ไม่ผิด

คิดว่ามันจะแบบ ไม่ค่อยดี ไม่มีอะไร แต่เข้าไปปุ๊ป

เตียงนอน ผ้าห่มไฟฟ้า(ปรับความร้อน นอนอุ่นสบายยยย)

ห้องน้ำก็เป็บตู้แบบที่มีจากุซซี่ในตัว 55+ แต่ชักโครกเค้าไม่มีน้ำเลี้ยง แบบทำธุระเสร็จค่อยกดน้ำ

โรงแรมอยู่ค่อนข้างใจกลางหมู่บ้านนะ ข้างๆมีร้านเกม อินเตอร์เน็ต มือถือ

อ่อ ที่นี่ห้ามร้านค้าใช้ถุงพลาสติกนะ ตอนแรกไม่มีใครจำได้เลยซื้อไปประมาณห้าอย่าง

ร้านจะเอาเชือกฟางมามัดให้ ==’’ เหอๆ ร็สึกเหมือนฟีลชะลอม

แต่ก็บอกเค้าว่าไม่ต้อง เดินถือเองได้ แล้วที่นี่ถ้าซื้อ จ่ายมาแล้วต้องทอน

ถ้าเศษที่ไม่ถึง 1 หยวน เค้าจะทอนเป็น “ท็อฟฟี่”

ลูกอมเม็ดเล็กๆ ขนาดประมาณ fox อ่ะ (จะมีใครกินยี่ห้อนี้ไหมเนี่ย 55+)

1เม็ดแทน 0.1 หยวน  ได้ทอนมาเจ็ดเม็ด 555+ เสียดายพิลึก แต่รสชาติก็โอเคอยุ่

 

14/04/09

ตื่นมาไปดูเจดีย์ ที่นี่ไม่ใช้ธูปนะ เค้าใช้ ใบสนแห้งมาเผาเลย

แต่ควันก็เยอะเหมือนกัน (บังวิว -*-)

จากนั้นก็ถึงไฮไลท์ของที่มาเมืองจีนคราวนี้

ขี่ม้า ขึ้นภูเขาหิมะไปดูธารน้ำแข็ง ไกด์บอกอาจจะหนาวและฝนตก

ลูกทัวร์ที่ดีต้องเชื่อฟัง แต่ละคน ลองจอน เสื้อคอเต่า สเวตเตอร์ ต่อด้วยเสื้อหนาวอีกชั้น

เหอๆ รู้สึกดีมากที่เราใส่แค่เสื้อกล้ามกับสเวตเตอร์ กร๊ากกก ไม่งั้นคงร้อนตาย

ตอนแรกเค้าก็แจกบัตร จะเขียนเลขไว้ คิดว่าคงเป็นเลขม้าอ่ะ

เจ้าของม้จะพาเราไปขึ้นม้าและจูงมันขึ้นเขาไปกะเรา

ตอนเดินถือบัตร แล้วเจ้าของม้าหลายๆคนมองหาคนที่ถือเลขตัวเองอยุ่

ให้อารมณ์เหมือนตอนพี่รหัสกำลังหาน้องรหัสยังไงอย่างงั้น 555+

สรุปว่าม้าเรากับม้าของท่านอาเจ้าของคนเดียวกัน =[]=!

ตอนแรกก็หวั่นๆแล้วล่ะนะ เค้าก็ช่วยเราขึ้นมา ไปช่วยอาต่อ

ให้ม้าเรานำหน้า ม้าของเรามันก็เดินชิวค่ะ แน่ล่ะว่าเจ้าของม้ามันจูงม้าของอาอยู่ข้างหลัง T-T

แรกๆก็ดีอยู่เพราะอย่างน้อยเจ้าของมันก็เดินตามหลังเรา

ยังรู้สึกมีผู้ปกครองที่ไม่ได้จูงมือ แต่ก็คอยดูแล ประมาณนี้

แต่!... มันจะมีช่วงนึงให้ม้าที่เหนื่อยพักกินน้ำ ม้าของอาจะกินน้ำ

แล้วอยู่ดีๆ...ม้าของเรามันก็วิ่งเดินต่อ =[]=!!!!

เฮ่ยยยยยย!!! น่ากลัวมากกกกกกกกกกกกกกกกกก

อย่างแรกคือขี่ม้าไม่เป็น ต่อมา มันสูง ต่อมา มันกำลังไต่เขา

และอย่างสุดท้าย ม้าเรามันชอบเดินที่ชอบทาง(ริมนอกภูเขา) กร๊าซซซซซซซซ

รุ้ตัวไหมว่าคนที่ขี่อยู่กลัวความสูง(โว้ยยยยยย) TTTTT0TTTTT

มันเดินขอบที..เหมือนขาดออกซิเจน โฮก จับอานแน่นเลย

หลังขี่อย่างกล้าๆกลัวและไม่มีคนจูง มีแต่เจ้าของม้าตัวอื่นซึ่งดูไม่แคร์เรา T[]T

มันถึงที่แวะพักแรกของม้า ม้ามันเดินเองมาถึงที่หมายประมาณยี่สิบถึงสามสิบนาที

อยุ่ดีเจ้าของม้าก็แว๊บมาช่วยเราลงม้า โฮก มาเร็วไปไหม ฮืออออ

เดินเล่นแถวนั้น ระวังไม่ยืนหลังม้า เพราะระวังม้าดีด

ก็กลับไปขึ้นมาต่อ คราวนี้ก็ขี่ปกติ คือม้าเรานำ ม้าอาตาม เจ้าของจูงม้าอา

กร๊าซซซ เห็นม้าเราเป็นอะไร นี่สินะ พี่คนโต กระซิก (เกี่ยวไหม??...ไม่ 555+)

เดินไปซักพักก็จะมีทางให้เราเดินเอง เพราะทางที่ม้าเดินเป็นทางที่ชัน จะอันตราย

คนก็ต้องไปเดินสะพานไม้ แล้วไม้มันห่างประมาณนิ้วนึง บางช่วงห่วงเป็นฝ่ามือ

กล้าเล่นไวกิ้งกับรถไฟเหอะนะ เพราะอย่างน้อยมันมี safety แต่แบบนี้ กลัวมาก

คือพอมองพื้น มันก็จะมองเห็นพื้นด้านล่าง สูงกี่เมตรไม่กล้าวัด

พอไม่มอง...ถ้าเหยียบตกร่องก็จบสิ โฮก อย่างคลานจริงๆ

แต่วิวแถวนั้นงามนะ มองไปไกลๆเห็นแม่น้ำ บ้านเล็กๆ บรรยากาศดี

กลับไปนั่งม้าอีกรอบ ขึ้นไปจุดสูงสุด ต้องเดินขึ้นอีกกิโลกว่า

ถ้าอยากเห็นชัดๆก็เพิ่มความไกลเข้าไปอีก แต่ช่วงที่เราไป สะพานขาด

เลยไปได้ไกลไม่สุด แต่วิวก็สวยอ่ะ

มองธารน้ำแข็งเป็นหิมะ ขาวซะ น้ำตาไหล โฮก แสบตา ใส่แว่นกันแดดตลอดเลย

ถ่ายรูปกันเมามันส์ 5555+ แล้วก็ก่อนจะขึ้นภูเขา

ไกด์บอกว่าที่นี่สูงมาก เกือบสี่พันเมตรอากาศจะเบาบาง

แนะนำให้ซื้อ ออกซิเจนกระป๋องไปเผื่อไว้ กระป๋องคล้ายๆสเปรย์ดับกลิ่นเมืองไทยอ่ะ

สูงฟุตกว่าๆ สูงกันสนุกสนาน ไม่ได้เหนื่อย แต่ถ้าไม่ใช้บนนี้ก็ไม่ร็จะใช้ที่ไหน

เพราะบริเวณนี้สูงที่สุดในบรรดาที่ๆเราจะไปแล้ว

กลับจากขี่ม้าก็แวะวัดลามะอีก คราวนี้เห็นพระกำลังวาดรูป เหมือนวิศวะเลย

มีวงเวียน ไม้บรรทัด พระนั่งประชุมกันสี่คน วาดกันคนละมุม ปรึกษาอะไรกันไปด้วยฟังไม่ออก

ในวัดก็มีรูปปั้น สิ่งก่อสร้างจำลองสวรรค์ของทางลามะ

เราว่าความเชื่อเค้าก็คล้ายๆของพุทธหินยานเรานี่แหละ เชื่อเรื่องนรกสวรรค์

อยู่นรกก็มีต้นงิ้วให้คนปีน มีผู้คุม สวรรค์ก็สวย เป็นสีทอง มีหลายชั้น ฯลฯ

การทำบุญที่นี่เวลาบริจาคเงิน จะมีบางส่วนที่เค้าจะวางคล้ายๆพานอันเล็กๆ

ข้างในก็ไขมันจากจามรีเป็นเทียนไข เวลาบริจาคก็จุดไฟ แล้วเอาพานวางทับแบงค์

แต่ก็ระวัง เพราะบางที่เค้ากำหนดราคาว่า เทียนราคาเท่านี้ๆบริจาคน้อยกว่านั้นไม่ได้

กลับมาที่โรงแรม เดินเล่นอีกเช่นเคย ไปดูร้านเสื้อผ้า...

เสื้อเชิ้ตมีระบายนิดนึง...สามร้อยหยวน =[]=! อย่างต่ำก็พันห้าบาท

แพงมาก แต่ก็เข้าใจว่าของส่งมาไกลอ่ะนะ T-To

อ่อ เครื่องดื่มกระป๋อง..กระทิงแดง ดูเหมือนจะเป็นที่นิยมในเมืองที่เราไปนะ

เห็นป้ายโฆษณาแล้วก็วางขายเยอะอยู่

ตอนเย็นๆ จะมีเต้นท์แดงๆ ขายของกิน พวกบาร์บีคิว

อารมณ์หนังญี่ปุ่น แหวกเต้นไปกินอุด้ง 555+

เดินไปตามบ้านคน เห็นหลังนึง เหมือนอยู่ใต้ถุง เวลาเข้าบ้านต้องลงบันไดก่อน

คุณยายคนนึงกำลังรวดเส้นสีขาวกลมๆ

คุณอาที่ฟังจีนออกคอยเป็นล่ามส่วนตัวให้ กร๊าก

ก็บอกว่า คุณยายใช้แป้งข้าวเจ้าทำ ออกมาเหมือนขนมจีนเลย

แต่ดูแล้วของเค้าจะสะดวกกว่าที่เมื่องไทยทำนะ

รู้สึกคนไทยเราจะอัดใส่พิมพ์ก่อนแล้วนั่งต้ม ใช้มือจับเป็นคำๆ ==’’

กว่าจะได้หนึ่งจับ.. แต่ที่นี่เอาแป้งเทใส่เครื่อง แป้งเค้าข้น..มากกกก

เทปุ๊ป มันก็จะออกมาเป็นเส้น สุกแล้ว กินได้เลย

เดินเล่นแถวโรงแรมทำให้รุ้ว่าชนบทเค้ายังดีกว่าชนบทเมืองไทยค่อนข้างเยอะ

เทคโนโลยีเข้าถึง มีร้านค้าโทรศัพท์ประปา

 

15/04/09

วันนี้ก็ไปวัดลามะอีกเช่นกัน

แต่วัดนี้ค่อนข้างใหญ่ รถปกติเข้าไปไม่ได้ ต้องนั่งคล้ายๆรถเมล์ที่เค้าจัดไว้เท่านั้น

มองไกลๆวัดสวยอย่างกับพระราชวัง สีทองสวย อยู่บนยอดเขา

รอบๆวัดจะเป็นกุฏิสำหรับพระ พระที่มีกุฏิได้..ทางบ้านต้องส่งเงินมาให้

ไม่งั้นต้องนอนรวมๆกับคนอื่น กินข้าวกับคนอื่น อะไรแบบนั้น

คิดๆดูแล้ว เมืองไทยเคร่งกว่าเยอะ แล้วดูเหมือนจะน่าศรัทธากว่า(ในสายตาเรานะ)

เพราะรู้สึกเพราะที่นั่นดูเหมือนว่า แค่จะเป็นพระยังต้องเสียเงินเลย

เค้าบอก ส่งลูกเป็นพระก็เหมือนส่งเรียนหนังสือ ต้องใช้เงินเหมือนกัน

เสร็จแล้วก็ไปตลาดเมืองเก่า ของก็เยอะพอสมควร บรรยายกาศน่ารักดี บ้านไม้

เจอโรงแรมนักท่องเที่ยวเล็กๆ ความจริงเราไม่สังเกตนะ

แต่พอดีน้องบอกชอบวิวหน้าร้าน ถ่ายให้หน่อย

เราก็ถ่าย เหลือบมองป้าย...เอ้ะ...หมู...คุ้นๆนะ...

พีจัง >////////< (รู้จักกันไหมนี่  เรียวกะ จากเรื่องรันม่า ½)

ยืนแง้วๆอยู่ 555+ แปลกใจดีจริงๆ

กินช้าว แล้วไปสนามบินจงเตี้ยน เป็นสนามบินเล็กๆภายในประเทศ

มีขั้นเดียวนะที่เราเห็น มีทหารด้วย ถ้ามีรถถังจะไปขอถ่ายรูป 55+ แต่ทหารไม่ยิ้มเลย

มีเค้าท์เตอร์ให้โหลดกระเป๋าประมาณสี่เค้าท์เตอร์เอง แล้วก็บินไปคุณหมิง

ตั๋ว ทัวร์ไม่ได้เรียงว่าครอบครัวต้องนั่งติด

เราก็นั่งแยกมาอยู่หลังเลย มีเด็กคนนึงหลังเรายิ่งกว่า แยกจากพ่อแม่ซึ่งห่างประมาณสามที่นั่ง

คุณน้องร้องไห้ค่ะ เด็กผู้ชายด้วย..==’’ เหอะ...เหอะๆ

มาถึงคุณหมิง..นอน 555+

 

 

16/04/09

เที่ยววัดอีกเช่นเคย แต่วัดที่นี่สวย มีเจ้าแม่กวนอิมที่อัญเชิญมาจากประเทศไทยด้วย

มีบ่อน้ำกว้างสีเขียวเลี้ยวเต่ากับปลา วิวสวย 55+ ><

จากนั้นไปเขาซีซาน แน่นอนว่า ต้องขึ้นเขา ==’’

อาม่าบอก รอข้างล่างนะ กร๊าก ไม่อย่าบอกว่า...อาม่าคิดถูกแล้ว

ข้างบน..บันได..เยอะมากกก T[]T!

แต่ก็เหมือนเดิม วิวสวย มองเห็นเมืองคุณหมิงทั้งเมืองเลย

บนเขาก็เป็นวัดแล้วก็มีสถานที่ต่างๆ

อย่างจุดนึงเค้าเรียก บ่อลูกวัวกตัญญู ก็มีตำนานว่าชาวนาเลี้ยงวัวแม่ลูก

วันนึงก็จะฆ่าแม่วัว พอลูกวัวรู้ก็เอามีดไปซ่อนโดยเอาตัวเองนอนทับมีด

พอชาวนามาเห็นเค้าก็เลยคิดได้ สุดท้ายก็มาบวชที่เขาซีซาน

เอาวัวแม่ลูกมาอยู่ด้วย ก็เป็นตำนานที่น่ารักดี เดินๆไปเห็นป้ายบรรยายภาษาไทยด้วยละ

ไกด์บอก ทางท่องเที่ยวเค้าเห็นคนไทยมาเยอะเลยทำป้ายภาษาไทยไว้ ดีใจ 55+

 

แวะไปโรงพยาบาลตระกูลฮวง ขายยาจีน ตรวจสุขภาพ

แว็บแรกที่รถจะจอด มองเห็นคุณหมอจากบนรถ...

โอ้ว...หมอหล่อ >///////< กีซซซ จิตหลุด เรียกให้เด็จพี่เด็จน้องอีกสี่คนไปดู

ทุกคนเห็นด้วย กร๊ากกกกก เดินลงไปเข้าห้องน้ำ ออกมายืนรอ

คุณหมอเค้ามาคุยด้วย ภาษาไทย แต่หมอเป็นคนจีนที่ไปอยู่ไทยแค่สิบเดือน

พูดก็ยังผิดๆเพี้ยนๆ ไม่เป็นไร หล่อ..ให้อภัย 5555+

เค้าก็แนะนำยาตามปกติ มีหมอมาตรวจสุขภาพให้บางคน

อาที่เป็นหมอซื้อยาไปสามพันกว่า คิดว่าราคาคงเป็นบาทนะ

แล้วได้ผ.อ.โรงพยาบาลมาตรวจให้

น้านนนน หมอไทย VS หมอจีน คุยกันติดลมบน กู่ไม่กลับกันเลย

พอดีว่าอาพูดจีนได้ ภรรยาของอาก็พูดจีนได้แถมเป็นพยาบาล

สุดท้ายเค้าให้นามบัตรมาแล้วบอกว่า “แล้วคุณจะขอบคุณที่ผมช่วยรักษา”

ความจริงที่ผ.อ.ช่วยรักษาให้คือลูกกับหลานของคุณอาน้อ

จากนั้นก็ช็อปปิ้งแสน..ตี๊ดดดดดดดด..

ใครต้องการรายละเอียดช่วงนี้กลับไปดูเอนทรี่ที่แล้วนะคะ 55+

หลังเกิดเรื่องร้ายๆ ก่อนกินข้าวเย็น

ลืมบอกไปว่า เราเห็นผู้หญิงคนนึงตั้งแต่วันแรกที่ถึงสนามบินคุณหมิงวันที่สิบเอ็ด

เห็นหน้าแล้วนึกถึงพี่ไอสะมาก แต่กคิดอยู่เค้าผมบ็อบอาจจะไม่ใช่

แต่แต่งตัวดีอยู่อ่ะ ญาติเค้าก็เรียกชื่อ..ไม่ใช่ชื่อ ** ก็คิดว่าคงไม่ใช่

แต่หน้า เราว่าเหมือนหนิ...T-T ก็เลยติดใจทุกครั้ง เห็นทีไรก็มองแล้วนึกหน้าพี่ไอสะ

ไม่กล้าเข้าไปถามซะที จนวันสุดท้าย ก่อนขึ้นเครื่องไม่ถึงหกชั่วโมง

ทำใจแปป..วิ่งเข้าห้องน้ำ กระโดดๆ งี้ดๆ แง้วๆอยู่พักนึง...

เดินเข้าไปหา “พี่คะ พี่แต่งคอสเพลย์ป่ะคะ” พี่เค้าก็มอง “โอ้..ป่าวจะ แหม น้องเห็นพี่แรงขนาดนั้นเลย”

=w=’’ แรงอะไรล่ะ แง้ว ก็เลยบอกเค้าไปว่าหน้าเหมือนคนที่รู้จัก เค้าก็อ๋อๆ

ก็โล่งใจไป หลังค้างคามาหกวัน กร๊ากกกก

กินข้าวเย็น ไปร้านผ้าไหม...

แล้วเราก็ค้นพบความจริงว่าคนไทยช่างน่ากลัว โยเฉพาะเวลา...ต่อราคา

ตอนแวะร้านหยก คุณป้าคนนึงต่อราคาหยกจากห้าหมื่นกว่าบาท เหลือไม่กี่พัน

==’’ คารวะแปดหมื่นรอบ

คราวนี้ไปร้านไหม ซื้อเซตนึงผ้าห่มไหม ไส้ผ้าห่มไหม ปลอกหมอน 960 หยวน โอ้ว

คุณลุงคงนึงฮีแนวมาก บอก ราคา  9 6 0 เอางี้ละกัน 6 9 0 เลขเหมือนเดิม

ฟังแล้วอึ้ง..กร๊ากกกก พอดีคนไทยที่ทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการมาขายไง

คิดไงเอาคนไทยมาขายล่ะ แบบนี้ก็โดนราคาเละสิ 55+

พอเค้าได้ยิน 6 9 0 เค้าก็บอก ผมขอเลขสวยๆเต็มๆได้ไหม

คุณลุงคนเดิมก็บอก ได้ เอางี้ 600 ละกัน ...เอ่อะ..อึ้งมาก น่ากลัวว่ะ 5555+

ต่อไปต่อมาก็สรุปราคา 700 หยวน แล้วได้ ปลอกหมอนไหมกับผ้าปูฝ้ายเพิ่มอย่างละหนึ่ง

คนต่อๆไป คนฮาของหาที่นั่ง รู้สึกต่อราคากันชั่วโมงกว่า

เลยไปร้านน้ำชาสาย 555+ แต่ก็ซื้อชาโบราณอีก ขึ้นเครื่องอย่างกระเป๋า(ตังค์)เบา สัมภาระหนัก

 

สำหรับคนที่จะเที่ยวจีน แนะนำว่า

เตรียมใจกับสภาพห้องน้ำ ดีใจซะถ้าเจอห้องน้ำที่มีประตู

อย่างที่สอง อาหาร เมืองจีนเมืองหนาว อาหารที่จะเค็ม มัน หมูสามชั้นหาเนื้อกันไม่เจอ

ไข่เจียวที่เหมือนตกใส่ถังน้ำมันมา ปลาที่ก้างเยอะมากกกกก

อย่างที่สาม ภาษา ควรมีอย่าน้อยซักคนที่พูดจีนได้นะ แต่เวลาต่อราคา อย่าพูดมาก

จิ้มเลขเท่านั้น ราคาไม่ต่ำพอที่เราคิด เดินออก แล้วแม่ค้าจะมาเรียกเราเอง

เค้าอาจะทำเสียงโมโห..นั่นคือกลยุทธการค้าเท่านั้น ต่อเข้าไปเถอะเมืองจีนน่ะ

30-50% เป็นอย่างต่ำ ถ้าใครมาแรงๆก็ 70%จัดไปสบายๆ กร๊ากกกก

แต่ครอบครั้วเรานักต่ออ่อนหัด ต่อเสื้อ 30 เหลือ 20 งืม

เอาน่า เสื้อกั๊กไหมพรมตัวละร้อยก็ไม่เลวร้าย 55+

อย่างที่สี่ ยา ห้ามลืมเด็ดขาด พาราเท่านั้นที่ครองโลก

ไม่ว่าจะปวดหรือไหม กินไปก่อน เม็ดนึงก่อนนอน แล้วก็พวกยานวด

คราวนี้อาเราสองคนสลบค่ะ ฉีดกลูโคสกันบนเขาเลย

อ่อ ทริปนี้ ครอบครัวเรา หมอหนึ่ง พยาบาลสาม ว่าที่ทันตะหนึ่ง รวมกับเพื่อนร่วมทัวร์

เจอคุณหมอกับเภสัชอีกหนึ่ง กร๊ากกกก สรุปว่า..เราหนีไม่พ้นใช่ไหม 555+

อย่างสุดท้าย ความระมัดระวัง อย่างที่บอกไปแล้วว่าในทุกๆที่มีทั้งคนดีและคนเลว ระวังไว้ใช่ว่า ^^ นะ

โดยเฉพาะพาสปอร์ต หายทีจบข่าว ไปนอนเล่นที่สถานฑูตเลยนะจ้ะ

 

ความจริงบ้านเราไปจีนบ่อยเนอะ เชื่อว่าไม่ต่ำกว่าครั้งที่สี่

ไม่รู้ทำไมที่บ้านไปกันจังเลยประเทศจีนเนี่ย T-T

ถ้าถามความเห็นเราเราไม่ค่อยชอบธรรมชาติ (ขวางโลกไหมเนี่ย 55+)

รู้สึกว่าดูเองกับดูในรูป ปฏิทิน โปสเตอร์มันไม่ค่อยต่างกัน

อยากไปอังกฤษจัง T-T คิงครอส! บิ๊กเบน บักกิงแฮม!!!

แล้วก็ญี่ปุ่นด้วย คราวที่แล้วยังไม่เจอคอสเพลย์ที่นู่นเลย T-T

 

Ps. มีคนบอกว่าเราชอบอัพเอนทรี่ยาวๆ แล้วดีไหมนี่???

Ps2. งานโคะโคโระกับคอมิกปาร์ตี้ไปไม่ได้นะ ติดภารกิจที่มหิดลพญาไท T[]T

Ps3. ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์อีกครั้ง^^

Ps4. ห้ามนำรูปไปใช้แอบอ้างนะ การนำรูปไปใช้ คลิ็กตรงlink ด้านขวามืออันที่เป็นสีเหลี่ยมสีเทานะคะ

Ps5.รูปเพิ่มเติมที่ http://hellwhale.multiply.com

edit @ 23 Apr 2009 00:08:00 by -:+Hell whalE+:-

Comment

Comment:

Tweet

หา DKNY กลิ่นแอปเปิ้ลเขียวไม่เจอเหือนกัน ดอกมะลิ

#14 By น้ำหอม DKNY (14.207.130.239) on 2011-04-17 11:18

<a href="http://qhetdtbnogckodg.com">shtvpceylvsivtn</a> http://lalidotcbllyyxr.com [url=http://kpbugcwtrmqnbdf.com]powvrjxtyjgkrot[/url]

#13 By jprtyplnmy (94.102.52.87) on 2010-06-10 20:49

(ขี้เกียจล็อกอิน)
เข้ามาฮากับคอลเล็กชั่นภาพเอียง 5555+
คิดได้นะคนเรา (เข้าใจแดกดันนิ --*)
คิดว่าแกไปเที่ยวแล้วเก็บข้อมูลมาเยอะดีนะ
พวกสาระ เนื้อหา ความรู้ - -
ซึ่งถ้าเราไปจะได้กลับมาแต่เรื่องกิน วะฮะฮ่า!
(มันภูมิใจ?)
ที่อยากถามคือทำไมต้อง "คุณพ่อบ้านเป็นพยาน"?
555555+

ถ่ายรูปเก่งขึ้นนิ...
แต่ถ้ายังไม่กล้าเข้าไปขอถ่ายก็ไม่มีประโยชน์นะจ๊ะ question
5555555++

งานเมื่อวานพี่วี่น่าร้ากกกกกกกกกก
เรายังอุตส่าห์เข้าไปถามว่าใช่เค้ามั้ยอีกนะ 55555
บ้าบอๆๆ

#12 By MeloNz (58.137.5.11) on 2009-04-26 15:24

ถ้าพูดถึงคุนหมิงก็ต้องอ่อเลยเรื่องห้องนํ้า

มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างสยองนะ....

แต่สถานที่สวยมาก ยังไงก็ให้อภัยได้นะขอรับ....

ป.ล ถ้ามีโอกาศลองไปที่เสฉวนดูสิ น่าจะสนุกกว่านะ

แต่ถ้ายังกลัวเรื่่องห้องนํ้า ลองแถวนานจิงก็ได้นะ^^big smile

#11 By ~@!BukKen-Ito!@~ on 2009-04-25 21:46

ห้าๆๆๆ โดนม้าดีดไปเรยๆๆๆๆๆ เผื่อม้าจาดีดตรงๆนะ
อิอิ ยังจิกกัดเรื่องเดิมม
ห้องน้ำโรงแรมมีประตู แต่ไม่มีกลอน(ส่วนใหญ่นะ)ซิกๆ
แต่ไม่ใช่ที่จีนว่ะ
เอ๊ะๆๆๆ หรือแกซื้อใบชามาฝากชั้นน
เจอแพนด้ามั้ยย อิอิ (สัญชาติญาณตามฝูงง)
อ่ะๆ แก้ลิ้งๆhttp://images.hellwhale.multiply.com/image/1/photos/13/600x600/117/DSC00068.JPG?et=DjbcNqX80ae3PtrPArHhJw&nmid=232037557
Ps.ป้ายลดราคาส่วนใหญ่ก้น่าภูมิจัยเพราะเค้าเอาภาษาไทยขึ้นด้วย คารวะคุณป้าและคุณลุงที่ต่อราคาสามจอก

สะพานขาด!?! พระเจ้าช่วย คุนพ่อบ้านเปนพยาน(ฮิตจิงๆนะนี่)ดีเท่าไหร่แร้วที่ชั้นไม่ได้ไปด้วย ไม่งั้นมันคงขาดให้เหนอ่ะจ่ะ

#10 By l3oRN 2 BeE ^^ (124.121.207.105) on 2009-04-25 02:07

http://images.hellwhale.multiply.com/image/1/photos/13/600x600/117/DSC00068.JPG?

รุปนี้ดูแร้วเวียนหัวไงไม่รุอ่า ( -3-)

#9 By l3oRN 2 BeE ^^ (124.121.207.105) on 2009-04-25 02:00

ต่อๆๆๆ

ว้าาา ภาพนี้ไม่อยู่ในคอลเลกชั่นครับบ
เปนที่น่าเสียดาย เพราะช่างภาพ(เอียงๆ)ของเรา
ไปนั่งเอียงตัวอยู่ในรูปครับ ( TTwTT)/

เบื่อแระ ที่เหลือก้เอียงหมดอ่ะแหละ ห่ะๆๆ
ไว้อารมดี๊ ดี กุจามาต่ออ

#8 By l3oRN 2 BeE ^^ (124.121.207.105) on 2009-04-25 01:55

ใช่แล้ว!?! โคมไฟเอียงครับ เอียงอย่างเปนธรรมชาติ ไม่น่าเชื่อจิงๆ ( oOo)/ขอเสียงปรบมือให้กับภาพในประวัติศาสตร์นี้ด้วย แปะๆๆ ขอบคุณครับๆ(ผ้าห่มเอียง หมอนเอียง อื่นๆเอียงเรื่องเลกครับบ)เอาล่ะครับ ต่อกันด้วยภาพชิลล์ๆอย่างเจดีย์เอียงครับบ อืมม ให้ความรุสึกที่ดีมากครับ มันสื่อถึงความไม่แน่นอน ไม่มั่นคง ไม่ตรงนั้นนั่นแหละคือความแน่นอนของชีวิตต ซิกๆๆๆ (T^T)/

(แยกเม้นดีกว่าเด๋วเม้นไม่ติด อิอิ)
ห่ะๆๆๆๆๆ อย่าปลงเรย กุมีความสุขข

#7 By l3oRN 2 BeE ^^ (124.121.207.105) on 2009-04-25 01:43

ครับบมาต่อกัลล์ในโรงแรม(เห้ยย)เหนครับว่ารูปนี้ช่างภาพยืนตรงครับบ
กล้องตรงครับ ระยะเพอร์เฟค สมบูรณ์แบบ
แต่ไม่ใช่ครับบ เพราะนี่คือคอลเลกชั่นภาพเอียงง โคลสอัพที่โคมไฟครับ แร้วแพนไปทางขวา ไม่น่าเชื่อจิง จอร์จ ซาร่า พระเจ้าช่วย คุนพ่อบ้านเปนพยาน!?!

#6 By By l3oRN 2 BeE ^^ (124.121.207.105) on 2009-04-25 01:42

อ่ะฮ่าาา รูปนี้เด็ดมั่ก เหนได้ชัดครับว่า(ถ้าคนถ่ายไม่ยืนเอียงตัว(แต่กล้องตรง(มั้ง)))
คนจีนสร้างซุ้มประตูไม่ตรงครับบบ(สังเกตจากภูเขายังตรงอยู่)นี่แหละ ฝีมือการก่อสร้างของมนุษย์ นั้นไม่อาจเทียบกับพระเจ้า(ผู้สร้างธรรมชาติ(และมนุษย์))ได้เรย ( T^T)/ซาบซึ้งจิงๆขอคารวะครับ

#5 By l3oRN 2 BeE ^^ (124.121.207.105) on 2009-04-25 01:41

โอ้วววว ทีวีบีไดเร๊กขอเสนอออ
คอลเลกชั่นภาพเอียง(อีกแร้ว)ครับบบ
เริ่มด้วย ต้นไม้เอียงงงง
ต่อด้วยย สะพานเอียงง เงาสะท้อนเอียงง
คนเดินเอียงงง กงล้อ(ตั้งจัยให้)เอียงงงง
เอาครับบบ ดอกไม้เราดูไม่ออกกัลล์ครับบ
อาศัยเนียนนนนน ครับต่อไปเรามาดูภาพหลังคาวัดกันครับ สังเกตให้ดีจากซ้ายไปขวา โอ้ววว เหนกัลล์มั้ยครับบบ มันเปน perspective สุดยอดดด เอียงได้สมดุลมากครับรูปนี้ ( >w<)b กู๊ดจ๊อบบบ มายเฟรนด์

ครับ ต่อไปเปนภาพภูเขาเนียน แนวเดียวกับภาพดอกไม้เรยครับบ (โอ้วววว ยอดด!?!(เขา))ต่อไปครับๆ

#4 By l3oRN 2 BeE ^^ (124.121.207.105) on 2009-04-25 01:40

ไปวันเดียวกันเลยแฮะ
เครื่องเราต้องออกตี2แต่ดีเลย์ได้ถึงตี4กว่าๆ
วันนั้นคนเยอะมากจริงๆอ่ะแหละ ขนาดเราติดอาโกวเราไปเข้าช่องDiplomatic ในแถวมีคนอยู่นิดเดียว แต่ทำงานกันช้ามากกกก พวกที่ต่อแถวยาวๆบางคนก็ยังได้เข้าไปก่อนด้วยซ้ำเลย=A=
สวนสาธารณะอันแรกนั้นสวยดีจังเลยเนอะ*w*

ดูแล้วบรรยากาศจีนๆดีจัง

#3 By *Kazuki* on 2009-04-23 22:59

เห็นรูปแล้วอยากไปมั่งจังของจริงมันเป็นไงเนี่ยคงสวยแล้วก็อากาศดีมากแน่ๆเลย

ปล. เอนทรียาวจริงๆ - -"
ปล2. ทะเลสาบมังกรดำชื่อแฟนตาซีมาก >[]<

#2 By on 2009-04-23 22:26

ประเดิมมม ยาวน่ากลัวมากเลยเวลจี้ แต่ถ่ายรูปสวยดีเลยอะ อย่าถ่ายเก่งมากเดี๋ยวสปีดการถ่ายมันจะเพิ่มจนถ่ายผมทัน - -*

สาดน้ำำำำ~ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ขันน้ำ

#1 By AbyssOrange on 2009-04-23 00:12